Calendar
 
   
 
Diary Update
 
 
ภารกิจนายตำรวจปกครอง
ชีวิตร้อยเวรโรงพัก
'รม บ่ จอย
นักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง + ดื่มกาแฟมากๆทำให้ตาบอด !!!
เรื่องของตำรวจ 2 vs ราตรีนี้อีกยาว
เรื่องของ ตำรวจ
บ่น
ผมรักแม่ ผมรักพ่อ (และผมรักป้า) ครับ
จตุจักร
ยอดรัก สลักใจ
Sufficiency Theory
มันมาอีกแล้ว
เรื่องของธงชัยเฉลิมพล - ธงประจำกอง - ธงชัย
จปร.มาเยี่ยมชม vs งานเลี้ยงขอบคุณนักกีฬา
ภารกิจกลางวัน vs กินมื้อเที่ยง
ภารกิจตอนเช้า :; นรต.หญิง !!
ภารกิจ ค่ำคืนวันอาทิตย์
เปิดเผยตัวตน : นายตำรวจปกครอง
๓๖ แผนที่ชีวิต (ของใคร??) VS เครื่องมือหากิน (๒) VS ป่วยครับ
เรื่องของสถาบัน VS เครื่องมือหากิน
สีสันใหม่ ไดอารี่คลับ

 
 
Favourites Diary
 
   
 



 

เรื่องของสถาบัน VS เครื่องมือหากิน

 

 

วันนี้เช้า ตื่นมาไม่ค่อยสบายครับ

แต่ยังไม่ถึงกับเป็นไข้

เลยกินยา  กับชาร้อนๆ ดักไว้ก่อน  ก่อนที่มันจะเป็นไข้

สงสัยเป็นเพราะเมื่อคืนนอนถอดเสื้อ ตาก ลม

 

..... แปดโมงเช้า  เข้าที่ทำงาน เคลียร์งานเอกสารให้เบาๆลง

เก้าโมง  เข้าประชุมสัมมนา กับเครือข่ายอุดมศึกษาของสถาบันการศึกษาต่างๆหลายสถาบันครับ

เขาสัมมนากันในหัวข้อเรื่อง เกี่ยวกับการสอนแทรกคุณธรรมจริยธรรม ในการสอนของอาจารย์

แล้วพอถึงทีมของเรา พรีเซ้นท์ภารกิจ  บรรดาอาจารย์มหาวิทยลัยต่างๆ เค้าก็ท่าทางตื่น และทึ่งกันอย่างมากครับ

....

เพราะอะไรน่ะหรือ

เพราะว่า เขาไม่เคยเห็นครับ

เขาไม่เคยรับรู้มาก่อน  ว่าพวกผู้เข้ารับการศึกษา ณ สถาบันแห่งนี้  จะมีการอัด  บีบ เค้น

หล่อ  หลอม   บี้ (ไม่ใช่บี้ เดอะสตาร์นะ)   กันแทบเป็นแทบตาย

คือ  แบบว่า อาจารย์มหาวิทยาลัย เขาจะรู้แต่เพียงว่า สอนๆกันในคาบเรียน  แล้วก็จบๆไป

เขาก็เลยมาสัมมนากันว่า  จะมีวิธีการยังไง ที่จะสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมลงไปในชั่วโมงการสอน

 

,...ซึ่ง  อันที่จริงแล้ว  คนที่เป็น "อาจารย์" ของสถาบันแห่งนี้  ก็คงไม่ต่างกับ คนที่เป็น "อาจารย์"

ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ซักเท่าไหร่  ก็คือ สอนๆในชั่วโมง พอหมดคาบสอน  ก็หมดหน้าที่ไป

 

.... แต่ที่ สถาบันนี้  ความจริงแล้ว  แก่นแท้ของการต้องมาร่ำเรียน  อบรมอยู่เป็นเวลาถึงสี่ปี มันไม่ใช่ความรู้ภาควิชาการหรอกคับ   แต่แก่นแท้ มันคือการนำคนมาปลูกฝังความคิด อุดมการณ์  ความเสียสละ  ความอดทน  และอะไรๆหลายๆอย่าง ที่ให้มีจิตใจอันดีงามเพื่อบ้านเมืองคับ    

จริงอยู่ว่าความรู้ทางวิชาการ ก็มีความสำคัญ  หากแต่ว่า ถ้าคิดดีดีแล้ว ความรู้วิชาการนั้น  จะไปหาเรียนทีไหนก็ได้ครับ  แต่เรื่องความคิด อุดมการณ์  และคุณลักษณะต่างๆที่ต้องติดตั้งตัว และติดไปในจิตใจนั้น  หาเรียนมหาวิทยาลัยไหนคงจะหาได้ยากเต็มทีคับ

 

ถามว่า จำเป็นมั้ย  อะไรๆที่มันดูเหมือนจะล้าหลังๆ แบบนี้

ตอบได้ในทันที ว่า จำเป็นครับ  จำเป็นมากๆ  ถึงมากที่สุดครับ

เพราะอะไรน่ะหรือ

 

เพราะว่า ไอ้ที่สังคมมันวุ่นวายกันทุกวันนี้  ไม่ใช่เพราะพวกการศึกษาสูง

พวกเกรดสูง  เหรอครับ  

 

สังคมทุกวันนี้มันนับถือกันที่เกรด  ที่ปริญญาว่าใครสูงกว่ากัน

นับถือกันที่เงินในบัญชี  ในตลาดหุ้น ว่าใครมากกว่ากัน

 

จนหลายๆคนคิดว่า   “เก่งแต่โกง”  ก็ช่างเขา    

“รวยถึงโกง” ก็ไม่เป็นไร

“ถึงจะโกง แต่เขาก็เป็นด็อกเตอร์”

 

สุดท้าย  แล้วประเทศชาตินี้ จะอยู่กันอย่างไรได้ ถ้ามัวคิดแต่เห็นแก่ตัวเอง

และพวกพ้องกันทั้งนั้น

 

... ซึ่งความคิดเหล่านั้น  มันตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง กับแนวพระราชดำริของในหลวง

 

เป็นแนวคิดตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง กับวิถีศาสนาพุทธ

ซึ่งสั่งสอนให้ใจสงบ  เผื่อแผ่แก่คนอื่น  ให้รู้จักพอ (พอเพียง)   แล้วสุดท้ายสิ่งที่ได้ ก็ได้กับตัวเราเอง

 

แต่ตรงข้ามกัน  เมื่อคิดถึงแต่ตัวเอง  ไม่คิดเผื่อแผ่ หรือเสียสละให้สังคมผลสุดท้าย สังคมก็เสื่อมถอย  แตกแยก  ท้ายสุด ตนเองก็ดำรงอยู่ไม่ได้ในท่ามกลางสังคมแตกแยกที่แต่ละคนได้สร้างขึ้น

 

เมื่ออยู่ในสังคมนี้ไม่ได้  แล้วจะไปอยู่ไหนดีล่ะ ประเทศสารขันธ์รึ?

หรือประเทศ ขะมะแม?   หรือประเทศ แมนซิกิษ?

(อันนี้ ผมไม่วิจารณ์ไปถึงการเมืองนะคับ  ผมแค่วิพากษ์สภาพสังคมในปัจจุบันว่ามันเสื่อมถอย และตกไปสู่สภาพวิกฤติได้อย่างไร)

 

        ผมก็ไม่ได้หวังอะไรมากมาย

ผมก็แค่หวังอยากให้ทุกๆคน หันมาทำเพื่อส่วนรวม เพื่อสังคมกันบ้าง(เยอะหน่อยก็ดี)     ลืมๆเรื่องส่วนตัว  ผลประโยชนส่วนตัวกันบ้างเรื่องในอดีต ทิ้งๆมันเสียบ้าง

  เชื่อผมเถอะว่า  เมื่อไรที่คนส่วนมาก หันมาทำเพื่อคนอื่น  เพื่อสังคม อย่างจริงจัง(ไม่ใช่สร้างภาพ)   สังคมจะดีขึ้น และสุดท้าย ผลประโยชน์ ก็จะตกไปสู่เราทุกๆคน

รวมทั้งคุณด้วย   คุณ  คุณ  คุณ และคุณ

 

 

... ทีนี้มาว่ากันต่อ

เรื่องเรียนความรู้ทางวิชาการเนี่ย  จะรามคำแหง  มสธ  ราชภัฎ  จุฬา  ธรรมศาสตร์  เทคนิค  เทคโน ที่ไหนก็เรียนได้  ไม่จำเป็นต้องมาตั้งสถาบันนี้ ให้เปลืองข้าวสุกข้าวสารหรอกครับ

 

ถ้าหากว่าไม่มี "แก่น"  ที่จะดำรงไว้ ก็ไปเรียนที่อื่นเสียก็สิ้นเรื่อง

 

ที่ว่า บรรดาอาจารย์มหาวิทยาลัยต่างทึ่งกันไป  ก็เพราะว่า  ไอ้กระบวนการฝึก ขัดเกลาจิตใจ  บ่มนิสัย

หล่อหลอมให้คุณธรรม จริยธรรม  ความเสียสละ  และความรักชาติ  มัน "ซึมเข้าสู่สายเลือด"  นั้น

ฝ่ายที่ทำหน้าที่นี้อย่างแข็งขัน ไม่ใช่อาจารย์หรอกครับ  แต่ที่นี่ผู้ที่ทำหน้าที่นั้น คือ "ฝ่ายปกครอง" ครับ

 

คิดดูล่ะกันครับ  อาจารย์มีเวลาสอนแค่แปดโมงสิบห้าถึงเที่ยง  บ่ายโมงถึงบ่ายสาม

นอกจากนี้  อาจารย์ "บางคน" ก็สอนแค่วันละสามชั่วโมง หรือ "บางคน"  ก็สอนแค่อาทิตย์ละ สามชั่วโมง

เท่านั้นเองครับ (เพราะมันไม่มีชั่วโมงสอน)

 

เวลาที่เหลือที่ "ฝ่ายปกครอง" จะคอยอบรม ปลูกฝังอุดมการณ์  จิตวิญญาณ  ความคิด ความเสียสละ (รวมถึงความอดทนอย่างหฤโหด)

 

ให้มีอุดมการณ์ดำรงตนด้วยเศรษฐกิจพอเพียงตามปรัชญาของพระเจ้าอยู่หัวอัน

(โดยพวกผมต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่างแก่พวกเขาให้เขาเห็นเป็นตัวอย่างได้ทุกๆเรื่อง)

 

อะไรต่ออะไรต่างๆ  ในรอบหนึ่งวัน  เริ่มขึ้นตั้งแต่ตื่นนอนตีห้าครึ่งครับไปจนถึงเช้าแปดโมง เคารพธงชาติ

ตอนเที่ยงถึงบ่ายโมง

แล้วตอนบ่ายหลังเลิกเรียน  จนถึงเย็น

 ค่ำอีก  ตั้งแต่หัวค่ำ ไปจนเข้านอนถึงสี่ห้าทุ่ม

    ..( อันนี้ ไม่พูดถึงการทำงานในเวลาราชการนะ ซึ่งต้องทำงานอื่นๆอีกเยอะแยกมากมายอยู่แล้ว)

     เรียกว่า  ว่างกันเมื่อไหร่ เป็นได้เจอกัน 

เจอกัน  นี่  หมายความว่า อบรมสั่งสอนนะครับ

การสั่งสอนบ่อยๆ  พูดบ่อยๆ มันจะซึมเข้าความคิด จิตสำนึกโดยอัตโนมัติ  และรวมถึงการปฏิบัติตัวเป็นตัวอย่าง   ท่านรองฯ(รองไหน ขอไม่บอกคับ) บอกว่า การทำตัวเป็นตัวอย่างมันมีค่ายิ่งกว่าคำสอน

และเมื่อมันรวมๆกัน ทั่งคำสอน  คำบ่น การเข่นเคี่ยว  และการปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างที่ดีแล้ว 

ผลที่ได้ มันจะซึมเข้าสู่ความคิด  สู่สายเลือดของพวกเขาเหล่านั้นคับ

 

เรียกว่า  ถ้าอาจารย์สอนวันละ หกชั่วโมง

แต่พวกผม ฝ่ายปกครอง  มีเวลาอบรม  บีบอัด และเคี่ยวเข็ญยัดเยียดอุดมการณ์ต่างๆมากกว่าอาจารย์ล่ะกันคับ

อันนี้ ไม่ได้ว่าอาจารย์นะ  คือต่างคนต่างก็ทำหน้าที่

พวกผมก็ทำหน้าที่แบบนี้ของผมไป

ด้วยใจ

ด้วยจิตวิญญาณ  ที่ต้องการให้บุคลากรที่จบไปนั้น  เพียบพร้อมด้วยจิตใจ คุณความดี และความเสียสละอย่างเต็มเปี่ยม

 

 

 

....

จริงๆวันนี้ มีภารกิจเยอะแยะ  แต่ขอบันทึกไว้แค้นี้พอ  เพราะดึกมาก ชักขี้เกียจล่ะ

 

 

 

 

#@#@  ว่าด้วยเรื่องคอมพิวเตอร์  #@#@

 

ไม่มีอะไรมากครับ

อะไรต่ออะไรที่มันสื่อสารสัมพันธ์ทางเน็ต  มันก็ต้องอาศัยเครื่องมือ

ทีนี้  มาดูกันหน่อย  ว่าเครื่องมือหากินทางเน็ตของผม  มันคืออะไร

 

 

นี่เลยครับ  Lenovo Thinkpad R61i

CPU  intel Core2duo  1.66 G

HDD  160 GB

 

 

 

 

เพิ่งถอยมาไม่ถึงเดือน  ราคา 2.5 หมื่น (เพิ่มเครดิต 555)

ตอนแรกกะว่าจะไปถอย DELL vostro หรือไม่ก็ ASUS

แต่ VOSTRO ราคาสูงเกินงบไปพอสมควร  เลยมาดู

DELL Inspiron 1420   แต่ดูวัสดุอุปกรณ์ก็งั้นๆ

เพราะว่าออก NB ครั้งแรกในชีวิตนี้  กะว่าจะใช้ไปยันเกษียณ

เพราะเป็นคนมือหนัก (มาก)

ไปดู DELL  Inspiron 1420 แล้ว  วัสดุต่างๆก็งั้นๆแหละครับ

ถึงแม้สเป็คต่างๆ และออฟชั่นที่ให้มา ดูเหมือนจะคุ้มค่าในราคาที่พอกัน

 

แต่มันผิดคอนเซ็ปคับ

ก็บอกแล้ว ว่าไหนๆก็เพิ่มเครดิตให้ตัวเองทั้งที

กะเอาไว้ใช้ยันเกษียณไปเลย  

งานนี้ต้องเอาแบบทนมือทนเท้าคับ พ่อแม่พี่น้อง

 

เหลือบไปเห็นศูนย์ LENOVO เลยลองเข้าไปดู  ก็เคยศึกษามาเหมือนกันว่ามันเป็นยี่ห้อเดียวกับ IBM  ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน

แต่ก็ลังเลเหมือนกัน  เพราะว่า เลโนโว มันเป็นของจีน ที่ซื้อกิจการ

PC และ NB มาจาก IBM  มันจะมั่นใจในความทนทานได้หรือ

 

แต่ปรากฎว่า  เจ้าหน้าที่ในร้านเค้าโชว์ให้ดูอย่างประทับใจมักๆคับ

 

ลงทุนเปิดเครื่อง แล้วจับบานพับโยกไปหิ้วมา เขวี้ยงขึ้น หมุนลง

(ตรงบานพับจอมันทำด้วยโลหะอลูมิเนียมอย่างดีเลยไม่เป็นไร)  ชักวางใจได้คับ

 

ต่อมา เจ้าหน้าที่ในร้าน ลงทุนอีกคับ  จับมันทิ้งโครมลงพื้นทั้งๆที่ยังเปิดเครื่องอยู่

ใจหายแว้บคับ  แต่ปรากฎว่า มันไม่เป็นไรเลยคับ  เอามาใช้งานต่อโปรแกรมโน่นนี่ได้เฉยเลย

 

ไม่เหมือนเอเซอร์ที่เคยแฮ้บเอามาใช้  โยกไม่กี่ที ปรากฎว่าบานพับมันร้าวคับ

ร้าวไม่พอ  มันรวนไปถึงสายแพ  ลามไปถึงเมนบอร์ด เจ๊งไม่มีชิ่นดีคับคับพี่น้อง ก็เลยแหยงๆกับเอเซอร์มากๆ

 

สุดท้าย  ก็เลยลงเอยที่ Lenovo ตัวนี้เฉยเลยคับ

 

เอาเป็นว่า มาอวดอ้างสรรพคุณกันเร็วๆดีกว่า  เพราะดึกมากแล้ว

 

.... โครงมันทำด้วยแมกนีเซียมอัลลอยด์  ทนทานดี

.... บานพับจอ ทำด้วยโลหะทนทานมาก (น่าจะเป็นอลูมิเนียม)

.... ภายในโครงของหน้าจอ และภายในบอดี้มันมีโครงสร้างกันกระแทก คล้ายๆโครงเหล็กในอาคารนั่นล่ะ ซึ่งยี่ห้ออื่นไม่มี

.... มีระบบ กันฮาร์ดดิสเสียหาย เวลามีการสั่นกระแทก หัวเข็มฮาร์ดดิสก์ จะเด้งออกจากจานดิสก์อัตโนมัติ

 

.... มีแทรกพ้อย กลางแป้นพิมพ์  พร้อมคลิกซ้ายขวาของเม้าเพิ่มมาอีกสองที่ตรงหัวแม่มือ  เวลาพิมพ์งานนานๆ ไม่ต้องยกมือลากขึ้นลงมาคลิกเม้าให้เสียเวลา  คลิกที่หัวแม่มือสองข้างได้เลย

เรื่องของสถาบัน VS เครื่องมือหากิน

 

 

... ออฟชั่นเพิ่มพิเศษคับ  มีไฟเล็กๆส่องลงมาจากขอบบนของจอ  เอาไว้ส่องแป้นพิมพ์ เวลาแอบพิมพ์งานดึกๆปิดไฟนอนคับ 

เรื่องของสถาบัน VS เครื่องมือหากิน

 

 

 

...  ด้านใต้ของบอดี้  มีพอร์ตพิเศษ ไว้ลิ้งค์กับอุปกรณ์เครื่องมืออื่นๆ (เข้าใจว่าเหมาะกับงานพวกช่าง หรือวิศวะ หรือไว้เชื่อมต่อหุ่นยนต์ อะไรประมาณนี้)  ซึ่งผมคงไม่ต้องใช้มากไปถึงขนาดนั้น

 

 

 

.... เซอร์ไพร้หนักคับ  มีรูระบายน้ำ 2 รูด้านล่างของบอดี้คับ  ศูนย์เขาบอกว่า ถ้าราดน้ำลงไปบนคีย์บอร์ด  น้ำจะไม่เข้าเครื่องคับ  มันเป็นคีย์บอร์ดกันน้ำ !!  และมันสามารถระบายน้ำออกข้างล่างไปเลย ...  สุดยอดเลยคับ  (แต่ผมไม่กล้าเสี่ยงลองหรอก ใครจะกล้า!!)

 เรื่องของสถาบัน VS เครื่องมือหากิน

 

 

 

สำหรับเครื่องนี้  มีอุปกรณ์เชื่อมต่อครบครันครับ  ทั้ง Wi-fi  เอาไว้ต่อที่ทำงาน , บลูธูท  เอาไวเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ

 

แต่มันขาดอยู่ 4 อย่างอ่ะ  ซึ่งคงไม่จำเป็นเท่าไหร่

หนึ่ง ไม่มีเวปแคมคับ  สอง ไม่มีไมค์ในตัวคับ  สาม ไม่มี EDGE (เกี่ยวไรหว่า)  สี่ ไม่มี GPRS Promotion  (แล้วมันจะเอาไว้ทำไรกับ NB อ่ะ)

 

ตีหนึ่งสามสิบแล้วค้าบบบ  ง่วงพอดี

 

ต้องไปหลับไปนอนแล้วล่ะ

 

พรุ่งนี้มีภารกิจอีกมากมาย

 

 

 

 

 

     Share

<< สีสันใหม่ ไดอารี่คลับ๓๖ แผนที่ชีวิต (ของใคร??) VS เครื่องมือหากิน (๒) VS ป่วยครับ >>

Posted on Sun 27 Jul 2008 16:30


มาาอัพได้แว้วค่าาาาาาาาาาา แหะๆ ^^"
เกตุ   
Fri 25 Jul 2008 11:58 [3]

แจ่มครับ!!

คุณธรรมนำความรู้

ว่าแต่ NB เนี้ย สุดยอดดเลยครับ

option เจ๋ง แต่ราคาเบาๆดีจัง

เรื่องความอึดคงต้องยกเครดิตให้ IBM เค้าล่ะครับ ^^
ToN   
Thu 24 Jul 2008 17:30 [2]

งานปกครองนี่หนักเหมือนกันเนาะ....

ตอนแรกแอบคิดเหมือนครูฝ่ายปกครองตอนเรียนมัธยมค่ะ อิอิ

แต่คงจะหนักกว่า...เพราะอจ.ฝ่ายปกครอง ไม่ได้มายุ่งอะไรกะเรามากหนัก

ยิ่งอจ.มหาลัยยิ่งไปกันใหญ่..ไม่มีใครสนใจกันเท่าไหร่

เรียนเสร็จก็จบ...ไม่ได้ตามไปอบรมเหมือนที่พี่ทำ

สู้ๆค่ะ เพื่ออนาคตของชาติ อิอิ

----------------

ดีจัง มีหลอดไฟเอาไว้ส่องด้วย...คอมนู๋ไม่เห็นมีบ้างเลย

ก็มานคนละรุ่นนี่นา ๕๕๕
เกตุ   
Thu 24 Jul 2008 7:06 [1]



 
 
The best template from http://www.oblog.cn